ความรู้เกี่ยวกับเรื่องโรคข้ออักเสบ
15Jan

ความรู้เกี่ยวกับเรื่องโรคข้ออักเสบสันหลังสะเก็ดเงิน

ความรู้เกี่ยวกับเรื่องโรคข้ออักเสบสันหลังสะเก็ดเงิน
โดย สาขาตจวิทยา ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

 

*บทความนี้เหมาะสำหรับแพทย์และแพทย์ผิวหนัง (knowledge 2021-2)

โรคข้ออักเสบสันหลังสะเก็ดเงิน (Axial Psoriatic Arthritis; Axial PsA) เป็นโรคข้ออักเสบที่มีอาการข้อหลังและสะโพกเด่น  สามารถพบได้ประมาณ 25-70% ของผู้ป่วย PsA มักพบในผู้ป่วยที่อายุน้อยกว่า 40 ปี ทั้งเพศหญิงและชาย โดยผู้ป่วยจะมีอาการดังต่อไปนี้

 

  • ปวดบริเวณต้นคอ หรือ หลัง โดยลักษณะอาการปวดจะเป็นมากขึ้นหากไม่ได้ทำกิจกรรม เป็นเวลาอย่างน้อย 30 นาที หรืออาการปวดมักจะดีขึ้นหากเคลื่อนไหว (inflammatory neck/back pain)
  • ปวดบริเวณกระดูกเชิงกรานหรือสะโพก (sacroiliitis) โดยอาการปวดมักจะเป็นนานมากกว่า 20 นาที และมักมีอาการปวดจนทำให้ตื่นระหว่างหลับตอนกลางคืนได้

 

ปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญของ axial PsA  ได้แก่ ผู้ป่วยที่มีผื่นสะเก็ดเงินรุนแรง, การเริ่มเป็น PsA ตั้งแต่อายุน้อย และการที่มีข้อบริเวณส่วนปลายอักเสบรุนแรง (severe peripheral arthritis)  เช่น มีการอักเสบของข้อนิ้วมืออย่างรุนแรง มีนิ้วผิดรูป ส่วนโรคอื่น ๆ ที่สามารถพบร่วมได้ (comorbidities) คือ ยูเวียอักเสบ (uveitis) และ ลำไส้อักเสบ (inflammatory bowel disease)

 

การรักษามีเป้าหมายหลักคือ ลดอาการปวดโดยการใช้ยากลุ่ม NSAIDs ร่วมกับการใช้กายภาพบำบัด และสงวนหน้าที่ของข้อโดยใช้ยากลุ่ม DMARDs ซึ่งในปัจจุบันจะเน้นการใช้ยา biologics โดยเฉพาะในกลุ่มที่ออกฤทธิ์สอดคล้องกับพยาธิกำเนิดของโรคคือ interleukin-17 และ tumor necrosis factor-alpha

 

ในฐานะแพทย์ที่ดูแลผู้ป่วยสะเก็ดเงิน แพทย์ผิวหนังสามารถใช้วิธีการคัดกรองเชิงรุกเบื้องต้น (proactive screening) เพื่อแยกผู้ป่วยที่สงสัยภาวะ PsA โดยเฉพาะ axial PsA ส่งให้อายุรแพทย์โรคข้อทำการวินิจฉัย และให้การรักษาที่ถูกต้องเหมาะสม และรวดเร็วขึ้น โดยใช้คำย่อ “PSA” ผู้ป่วยที่มีอาการ “S” และ “A” จะบ่งชี้การเป็น axial PsA มากขึ้น

 

  • P: Pain in joints
  • S: Stiffness, Swelling, Sausage digit
  • A: Axial/spine involvement

 

ที่มา: J Am Acad Dermatol 2021;84:92-101
Cr: พญ. ณัฐวรรณ ตันกิตติวัฒน์ และ นพ. วีระวิทย์ วาทีทิพทย์

 

ที่มา:
https://bit.ly/38F843F