16Jul

Antimicrobial Resistant: National Policy to Clinician’s roles

พญ. จุไร วงศ์สวัสดิ์
กลุ่มงานกุมารเวชกรรม สถาบันบำราศนราดูร

 

 

ประเทศไทยมีการดำเนินงานด้านการจัดการการดื้อยาต้านจุลชีพมาอย่างต่อเนื่อง โดยสำหรับประเทศไทยที่มีปัญหาการดื้อยาของเชื้อแบคทีเรียแกรมลบในโรงพยาบาล เช่น Acinetobacter spp. และ Pseudomonas spp. ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของการเสียชีวิตจากการติดเชื้อในโรงพยาบาล และเชื้อแบคทีเรียที่เป็นปัญหาในชุมชน เช่น Escherichia coli (E.coli), Klebsiella spp. และ Neisseria gonorrhoeae นอกจากนี้ ยังมีเชื้อที่เป็นปัญหาในการเลี้ยงสัตว์ และในอาหาร คือ E.coli, Campylobacter spp. และ Salmonella spp.

 

โดยเรามีแผนยุทธศาสตร์ที่มีเป้าหมายเพื่อลดการป่วยการตาย และลดผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เกิดจากเชื้อดื้อยาต้านจุลชีพดังกล่าว ซึ่งแผนยุทธศาสตร์จะช่วยให้การดำเนินงานสามารถบรรลุเป้าหมายภายในปี พ.ศ. 2564 โดยตามแผนยุทธศาสตร์การจัดการการดื้อยาต้านจุลชีพประเทศไทย พ.ศ. 2560 – 2564 ประกอบด้วย 6 ยุทธศาสตร์ โดยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ดังนี้

  • ยุทธศาสตร์ที่ 1 การเฝ้าระวังการดื้อยาต้านจุลชีพภายใต้แนวคิดสุขภาพหนึ่งเดียว
  • ยุทธศาสตร์ที่ 2 การควบคุมการกระจายยาต้านจุลชีพในภาพรวมของประเทศ
  • ยุทธศาสตร์ที่ 3 การป้องกันและควบคุมการติดเชื้อในสถานพยาบาล และควบคุมกำกับดูและการใช้ยาต้านจุลชีพอย่างเหมาะสม
  • ยุทธศาสตร์ที่ 4 การป้องกันและควบคุมเชื้อดื้อยา และควบคุมกำกับดูแลการใช้ยาต้านจุลชีพอย่างเหมาะสม ในภาคการเกษตรและสัตว์เลี้ยง
  • ยุทธศาสตร์ที่ 5 การส่งเสริมความรู้ด้านเชื้อดื้อยา และความตระหนักด้านการใช้ยาต้านจุลชีพอย่างเหมาะสมแก่ประชาชน
  • ยุทธศาสตร์ที่ 6 การบริหารและพัฒนากลไกระดับนโยบาย เพื่อขับเคลื่อนงานด้านการดื้อยาต้านจุลชีพอย่างยั่งยืน

ในบทบาทแพทย์ทั้งภาครัฐและเอกชน สามารถมีส่วนร่วมในการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์ดังกล่าว โดยเฉพาะยุทธศาสตร์ที่ 1, 3 และ 5 ได้แก่ การมีส่วนร่วมในระบบเฝ้าระวัง และแจ้งเตือนเชื้อดื้อยา (ที่สำคัญ ได้แก่ Acinetobacter spp., Enterococcus spp., Pseudomonas aeruginosa, Klebsiella pneumoniae, Salmonella spp., Staphylococcus aureus, E. coli, Streptococcus pneumoniae) การจัดให้สถานพยาบาลมีระบบป้องกัน และควบคุมการติดเชื้อที่มีประสิทธิภาพเพื่อลดการติดเชื้อ และค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการติดเชื้อโดยมีแนวทางการแยกผู้ป่วย และแนวทางปฏิบัติสำหรับป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อดื้อยาในโรงพยาบาล รวมถึงการควบคุมกำกับดูแล การใช้ยาต้านจุลชีพในโรงพยาบาลอย่างเหมาะสม (โดยเฉพาะ Polymyxins, Carbapenems, 3 rd และ 4 th Generation Cephalosporins, Fluoroquinolones และ Beta-lactamase inhibitor combination) นอกจากนี้ แพทย์สามารถมีส่วนร่วมในการสร้างความรู้ความเข้าใจเรื่องเชื้อดื้อยา และการใช้ยาต้านจุลชีพอย่างเหมาะสมกับประชาชน ซึ่งจะช่วยสนับสนุนให้การจัดการการดื้อยาต้านจุลชีพอย่างเหมาะสมกับประชาชน ซึ่งจะช่วยสนับสนุนให้การจัดการการดื้อยาต้านจุลชีพประเทศไทยสามารถบรรลุเป้าหมายได้

 

 

ขอขอบคุณ สมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทย