"แนวทางการวินิจฉัยและรักษาโรคหืดในประเทศไทย สำหรับผู้ใหญ่ฉบับย่อ พ.ศ. 2563"
09Apr

“แนวทางการวินิจฉัยและรักษาโรคหืดในประเทศไทย สำหรับผู้ใหญ่ฉบับย่อ พ.ศ. 2563”

โดยสมาคมสภาองค์กรโรคหืดแห่งประเทศไทย

 

โดยเป็นฉบับสั้น ๆ ให้เน้นใช้งานได้จริง แบ่งเนื้อหาเป็นตอนหลัก ๆ 5 ตอนคือ
1. การวินิจฉัย ที่อาศัยประวัติ และการตอบสนองต่อการรักษา ที่ควรมีการตรวจสมรรถภาพปอดว่าผิดปกติ ได้แก่ ค่า peak flow variability ที่มากกว่า 10% หรือ FEV1 เพิ่มมากกว่าหรือเท่ากับ 12% หลังการรักษา
2. การรักษาเน้นใช้ “ป ป ท”ซึ่งย่อมาจาก
….ประเมิน (การวินิจฉัย ระดับควบคุมโรคและปัจจัยเสี่ยง เทคนิคการพ่นยา)
….ปรับ (ปรับยาตามระดับควบคุมโรค)
…..ทบทวน (การตอบสนองต่อการรักษาและผลข้างเคียง)
3. การเริ่มใช้ยาควบคุมอาการในกรณีรักษาครั้งแรก
– โดยกรณีมีอาการไม่บ่อยน้อยกว่า 2 ครั้ง/เดือน แต่มีปัจจัยเสี่ยงในการเกิดหืดกำเริบ ให้เริ่มการรักษาด้วย daily low dose ICS
– กรณีมีการน้อยมากกว่า 2 ครั้งต่อเดือน เริ่มรักษาด้วย daily low dose ICS
– กรณีมีอาการปานกลาง เช่นหอบทุกวัน หรทอมีอาการกลางคืนมากกว่าสัปดาห์ละครั้ง ให้เริ่มการรักษาด้วย low dose ICS/LABA หรือ medium dose ICS
– กรณีมีอาการรุนแรงมาก ให้เริ่มด้วยmedium to high ICS/LABA
4. การปรับยาให้เพิ่มยาหากควบคุมอาการไม่ได้ให้เพิ่มยาภายใน 1-3 เดือน ส่วนการลดยาหลังคุมอาการได้อย่างน้อย 3-6 เดือนและไม่มีปัจจัยเสี่ยงในการเกิดอาการหืดกำเริบ หลังจากลดยาจนเหลือสเตียรอยด์ขนาดต่ำสุดให้คงยาไว้ตลอดชีวิต ไม่แนะนำให้หยุดยา ส่วนการเพิ่มยาควรประเมินการพ่นยาและโรคที่พบร่วม หรือปัจจัยกระตุ้นที่ทำให้หอบกำเริบ
5. การรักษาหืดกำเริบเฉียบพลัน แบ่งเป็นอาการน้อย และรุนแรง โดยถ้ารุนแรง ให้ short-acting beta2-agonist ร่วมกับ Ipratropium bromide และ systemic steroid หากอาการไม่ดีขึ้นให้ high dose inhaled steroid และ magnesium sulfate

 

สามารถอ่านรายละเอียดเนื้อหา โดย download ข้อมูลได้ที่ https://drive.google.com/…/1suExNyENv8Ou6H-FjxL…/view…
ร่วมทำแบบประเมิน ได้ที่ https://forms.gle/hza5cwM9UU53xgL19
หรือ Scan QR Code ได้ตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2563

 

ที่มา
https://www.facebook.com/TU.AsthmaClub2014/