07Apr

คำแนะนำสำหรับบุคลากรทางการแพทย์ เมื่อต้องพิจารณาให้คำแนะนำ หรือให้วัคซีนแก่ผู้ป่วยโรคสมองและระบบประสาทไขสันหลัง

โดยสถาบันประสาทวิทยา กรมการแพทย์
ทำไมต้องให้

  1. ผู้ป่วยโรคระบบประสาทที่มีอาการเรื้อรัง (Chronic neurological disease) หรือผู้ป่วยที่มีภาวะทุพพลภาพของระบบประสาท จัดเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงหากมีการติดเชื้อโคโรน่าไวรัส จึงเป็นกลุ่มผู้ป่วยที่มีความจำเป็นต่อการได้รับวัคซีนในกลุ่มแรก ๆ
  2. ผู้ป่วยโรคระบบประสาทที่จะได้รับวัคซีน จะต้องมีอาการทางระบบประสาทที่คงที่หรือไม่อยู่ในภาวะที่อันตรายต่อชีวิตอย่างน้อย 4 สัปดาห์

คำแนะนำรายโรค

  1. ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง ที่ใช้ยาต้านเกร็ดเลือด ยาต้านการแข็งตัวของเลือด วาร์ฟาริน ที่มีระดับ INR < 3 หรือ ยาต้านการแข็งตัวของเลือดกลุ่มใหม่ชนิดรับประทาน (NOAC) สามารถฉีดวัคซีนได้โดยไม่ต้องหยุดยา พิจารณาการใช้เข็มฉีดวัคซีนขนาดน้อยกว่า 23G ไม่นวดคลึงตำแหน่งที่ฉีด และกดตำแหน่งฉีดนานกว่าปกติ
  2. ผู้ป่วยโรคระบบประสาทภูมิคุ้มกัน

ผู้ป่วยกลุ่มนี้ ห้ามใช้วัคซีนชนิดเชื้อเป็น (Live-attenuated vaccine) ต้องแนะนำเรื่องผลของยากดภูมิคุ้มกันหรือปรับภูมิคุ้มกันอาจส่งผลต่อการฉีดวัคซีน ทำให้กระตุ้นภูมิคุ้มกันต้านไวรัสหลังฉีดวัคซีน ได้ไม่ดีเท่ากับคนที่ไม่ได้ยากลุ่มนี้

 

2.1 ผู้ป่วยได้รับยากดภูมิคุ้มกันหรือยาปรับภูมิคุ้มกันอยู่แล้ว

 

2.1.1 ถ้าผู้ป่วยได้รับยากดภูมิขนาดต่ำ (low dose immunosuppression) ได้แก่ prednisolone < 20 mg/day หรือเทียบเท่า, methotrexate ≤ 0.4 mg/kg/week, azathioprine ≤ 3 mg/kg/day, mycophenolate < 3000 mg/day, IVIG, cyclophosphamide ชนิดกิน, Interferon-beta, Glatiramer acetate, Dimethyl fumarate, Teriflunomide, Fingolimod, Natalizumab สามารถฉีดวัคซีนได้โดยไม่ต้องหยุดยา

 

2.2.2 ถ้าผู้ป่วยได้รับยากดภูมิขนาดสูง (high dose immunosuppression) ได้แก่ prednisolone ≥ 20 mg/day or 2/mg/kg/day หรือเทียบเท่า นานมากกว่า 14 วัน, anti-B cell เช่น anti-CD20 (rituximab) ให้วางแผนการฉีดวัคซีนหลังให้ยา 4-12 สัปดาห์

 

2.2.3 ถ้าผู้ป่วยได้รับยา Cladribine หรือ Alemtuzumab ให้วางแผนการฉีดวัคซีนหลังการให้ยาครั้งสุดท้ายไปแล้วอย่างน้อย 12-24 สัปดาห์

 

2.2 ผู้ป่วยมีแผนที่จะเริ่มยากดภูมิคุ้มกันหรือยาปรับภูมิคุ้มกันครั้งแรก พิจารณาการฉีดวัคซีนโดสที่สองก่อนเริ่มยา 4 สัปดาห์

 

  1. โรคลมชัก ไม่เป็นข้อห้ามในการฉีดวัคซีน ยังไม่มีรายงานว่าการฉีดวัคซีนจะทำให้โรคลมชักแย่ลง ผู้ป่วยโรคลมชักสามารถได้รับการฉีดวัคซีนได้หากไม่มีข้อห้ามอื่น ๆ แต่หลังการฉีดวัคซีนอาจมีไข้ และไข้อาจเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดอาการชักได้
  2. โรคทางระบบประสาทอื่น ๆ เช่น โรคพาร์กินสัน โรคสมองเสื่อม โรคเซลประสาทสั่งการเสื่อมตัว โรคเส้นประสาทและกล้ามเนื้อที่เกิดจากพันธุกรรมหรือการเสื่อม ไม่เป็นข้อห้ามในการฉีดวัคซีน

 

ที่มา
https://www.facebook.com/prasat.neurology.3