banner medical
27Nov

Diet Modification and Impacts on Blood Pressure

พ.ท.หญิง พญ. สิรกานต์ เตชะวณิช
หน่วยโภชนศาสตร์คลินิก กองอายุรกรรม โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า

 

 

บทนำ

การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพให้มีสุขภาพดีแบบยั่งยืน ไม่ใช่เพียงแต่สามารถป้องกันและรักษาโรคความดันโลหิตสูง แต่ยังมีจุดมุ่งหมายให้แต่ละบุคคลมีสุขภาพโดยรวมที่ดี ซึ่งเป็นการป้องกันการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (non-com-municable diseases, NCDs) อื่น ๆ ด้วย ในบทความนี้จะขอกล่าวถึงประเด็นด้านอาหารเป็นหลัก

 

หลักฐานเชิงประจักษ์เกี่ยวกับแนวทางการกินอาหารเพื่อหวังผลลดความดันโลหิต

บุคลากรทางการแพทย์มักเข้าใจผิดว่ารูปแบบการกินอาหารแบบ DASH (Dietary Approaches to Stop Hypertension diet หรือ DASH diet) ที่สามารถลดความดันโลหิตได้อย่างมีประสิทธิภาพนั้น คือ อาหารโซเดียมต่ำ แต่แท้ที่จริงแล้ว DASH diet เป็นรูปแบบอาหารเพื่อสุขภาพแบบหนึ่ง ซึ่งประกอบด้วยการเน้นกินคาร์โบไฮเดรตจากธัญพืช ใยอาหารจากผัก และผลไม้ โปรตีนจากเนื้อสัตว์ที่มีไขมันอิ่มตัวน้อย (เช่น ปลา ไก่ เป็นต้น) นมไขมันต่ำ และผลิตภัณฑ์จากนมไขมันต่ำ ลดการกินเนื้อแดง น้ำตาล น้ำหวาน รวมถึงจำกัดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

 

การศึกษาดั้งเดิมของ DASH diet ซึ่งตีพิมพ์ในปี ค.ศ. 1997 ได้ศึกษาผลต่อระดับความดันโลหิตจากของรูปแบบกินอาหาร (dietary pattern) ที่แตกต่าง 3 แบบ ได้แก่

  1.  อาหารแบบอเมริกัน (กลุ่มควบคุม) ซึ่งเป็นรูปแบบอาหารที่มีใยอาหาร โพแทสเซียม แมกนีเซียม และแคลเซียมในปริมาณน้อย โดยสัดส่วนของคาร์โบไฮเดรต: โปรตีน: ไขมัน เท่ากับ 48: 15: 37
  2. อาหารแบบอเมริกัน แต่เพิ่มการบริโภคผักและผลไม้ (fruits and vegetables diet) เพื่อเพิ่มปริมาณใยอาหาร โพแทสเซียม และแมกนีเซียม โดยสัดส่วนสารอาหารหลักยังคงเดิม
  3. อาหารแบบ DASH โดยสัดส่วนของคาร์โบไฮเดรต: โปรตีน: ไขมัน เท่ากับ 55: 18: 27 และมีใยอาหาร โพแทสเซียม แมกนีเซียม และแคลเซียมในปริมาณมาก
    โดยอาหารทั้ง 3 แบบกำหนดพลังงานเท่ากันที่ 2,100 กิโลแคลอรีต่อวัน และปริมาณโซเดียมเท่ากันที่ 3,000 มก./วัน พบว่า เมื่อเทียบกับแบบอาหารอเมริกัน พบว่า fruit and vegetable diet และ DASH diet สามารถลดระดับความดันโลหิตได้อย่างมีนัยสำคัญ (รูปที่ 1) กล่าวคือ
    • Fruits and vegetables diet สามารถลดระดับความดันซิสโตลิกได้ 2.8 มม.ปรอท และความดันไดแอสโตลิกได้ 1.1 มม.ปรอท
    • DASH diet สามารถลดระดับความดันซิสโตลิกได้ 5.5 มม. ปรอท และความดันไดแอสโตลิกได้ 3.0 มม.ปรอท

 

รูปที่ 1 แสดงการเปลี่ยนแปลงของระดับความดันโลหิตหลังการบริโภคอาหารรูปแบบต่าง ๆ ในการศึกษา DASH

ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม

 

ต่อมาการศึกษา DASH-Sodium ซึ่งตีพิมพ์ในปี ค.ศ. 2001 ได้ศึกษาผลของอาหารอเมริกัน และ DASH diet โดยกำหนดการบริโภคโซเดียมที่แตกต่างกัน 3 ระดับ ได้แก่ วันละ 3,000 มก. (high), 2,300 มก. (intermediate) และ 1,150 มก. (low) ต่อระดับความดันโลหิต พบว่า รูปแบบอาหารทั้งสองแบบเมื่อลดการบริโภคโซเดียมให้น้อยลง ยิ่งสามารถลดระดับความดันโลหิตได้เพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะบริโภครูปแบบอาหารอเมริกัน หรือแบบ DASH (รูปที่ 2) ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นชัดเจนถึงผลของปริมาณโซเดียมในอาหารกับระดับความดันโลหิต

 

รูปที่ 2 ผลของ DASH diet และปริมาณโซเดียมในอาหารต่อระดับความดันโลหิต

ปรับเปลี่ยน

สรุป

รูปแบบการบริโภคอาหารส่งผลต่อระดับความดันโลหิต นอกจากสารอาหารหลักแล้วการจำกัดปริมาณโซเดียม ยังส่งผลให้การลดความดันโลหิตมีประสิทธิภาพมากขึ้น อาหารแบบ DASH ถือเป็นรูปแบบอาหารเพื่อสุขภาพอย่างหนึ่ง ที่สามารถลดระดับความดันโลหิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งประกอบด้วยการกินอาหารครบ 5 หมู่ กล่าวคือ เน้นการบริโภคธัญพืช ผัก ผลไม้ นมไขมันต่ำ และผลิตภัณฑ์จากนมไขมันต่ำ ลดการบริโภคเนื้อแดง เพื่อลดปริมาณไขมันอิ่มตัว น้ำตาล และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ทั้งนี้ไม่ได้เน้นที่สารอาหารอย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งพบว่ารูปแบบการบริโภคอาหารเพื่อสุขภาพอื่น ๆ เช่น รูปแบบอาหารเมดิเตอร์เรเนียน ก็ให้ผลไปในทางเดียวกัน

 

 

เอกสารอ้างอิง

  1. Gabb GM, Mangoni AA, Anderson CS, et al. Guideline for the diagnosis and management of hypertension in adults – 2016. The Medical Journal of Australia. 2016;205(2):   85 – 9.
  2. James PA, Oparil S, Carter BL, et al. 2014 evidence-based guideline for the management of high blood pressure in adults: Report from the panel members appointed to the Eighth Joint National Committee (JNC 8). JAMA. 2014;311(5):507 – 20.
  3. National Clinical Guideline. National Institute for Health and Clinical Excellence: Guidance. Hypertension: The Clinical Management of Primary Hypertension in Adults: Update of Clinical Guidelines 18 and 34. London: Royal College of Physicians (UK) National Clinical Guideline Centre.; 2011.
  4. Whelton PK, Carey RM, Aronow WS, et al. 2017 ACC/AHA/AAPA/ABC/ACPM/AGS/APhA/ASH/ASPC/NMA/PCNA Guideline for the Prevention, Detection, Evaluation, and Management of High Blood Pressure in Adults: Executive Summary: A Report of the American College of Cardiology/American Heart Association Task Force on Clinical Practice Guidelines. Circulation. 2018;138(17):e426 – e83.
  5. Williams B, Mancia G, Spiering W, et al. 2018 ESC/ESH Guidelines for the management of arterial hypertension: The Task Force for the management of arterial hypertension of the European Society of Cardiology and the European Society of Hypertension: The Task Force for the management of arterial hypertension of the European Society of Cardiology and the European Society of Hypertension. Journal of hypertension. 2018;36(10):1953 – 2041.