08Mar

ไวรัสโคโรนา กับ โรคปอดอักเสบ

ผศ. นพ. ณรงค์กร ซ้ายโพธิ์กลาง
หน่วยโรคระบบการหายใจและเวชบำบัดวิกฤต ภาควิชาอายุรศาสตร์
คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
หัวหน้างานตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ

 

 

ไวรัสโคโรนา (Coronaviruses, CoV) เป็นเชื้อไวรัสที่มีสารพันธุกรรม RNA เป็นองค์ประกอบ (มนุษย์มีทั้ง DNA และ RNA) อยู่ในวงศ์ Coronaviridae ซึ่งสามารถแพร่กระจายทั้งในมนุษย์และสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม เชื้อไวรัสชนิดนี้เคยมี 2 สายพันธุ์ที่มีการแพร่ระบาดในอดีต คือ ไวรัสซาร์ (severe acute respiratory syndrome coronavirus, SARS-CoV) ในประเทศจีนช่วงปี พ.ศ. 2545 มีอัตราเสียชีวิต ร้อยละ 10 และไวรัสเมอร์ส (Middle East respiratory syndrome coronavirus, MERS-CoV) ในประเทศแถบตะวันออกกลาง ช่วงปี พ.ศ. 2555 มีอัตราเสียชีวิต ร้อยละ 37

 

ส่วนไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ถูกกำหนดชื่อโดยองค์การอนามัยโลกว่า “2019 novel Coronavirus (2019-nCoV)” หรือเรียกชื่ออื่น ๆ ว่า ไวรัสโคโรนาอู่ฮั่น (Wuhan coronavirus) หรือ Wuhan seafood market pneumonia virus เชื้อนี้มีการรายงานจากประเทศจีนช่วงปลายเดือนธันวาคม พ.ศ. 2562 ว่าเกิดการระบาดที่เมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ยของจีน โดยสัมพันธ์กับตลาดอาหารทะเลและเนื้อสด

 

มีข้อมูลที่น่าสนใจจากการศึกษาเรื่องลักษณะทางคลินิกของผู้ป่วยที่ได้รับรักษาในโรงพยาบาลและยืนยันการติดเชื้อ 2019-nCoV ในเมืองอู่ฮั่น ตีพิมพ์ในวารสารทางการแพทย์ Lancet เมื่อวันที่ 24 มกราคม พ.ศ.2563 โดยสรุปดังนี้

 

  • เก็บข้อมูลระหว่างวันที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2562 ถึงวันที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2563
  • ผู้ป่วยติดเชื้อ 41 คน ยืนยันการตรวจด้วยวิธี real-time RT-PCR
  • ร้อยละ 73 เป็นชาย ค่ากลางของอายุ 49 ปี (ร้อยละ 49 มีอายุ 25 – 49 ปี และร้อยละ 34 มีอายุ 50 – 64 ปี) ไม่ได้ศึกษาในเด็กและวัยรุ่นที่อายุน้อยกว่า 18 ปี
  • ร้อยละ 32 มีโรคประจำตัว ได้แก่ เบาหวาน (ร้อยละ 20) ความดันโลหิตสูง (ร้อยละ 15) และโรคหัวใจ (ร้อยละ 15)
  • ร้อยละ 66 มีประวัติไปตลาดอาหารทะเล (Huanan seafood market) มาก่อนไวรัสโคโรนา กับ โรคปอดอักเสบ
  • มี 1 คน ผู้ป่วยเป็นภรรยาที่ไม่เคยไปตลาดแต่ติดเชื้อจากสามี (เสียชีวิต) ที่มีประวัติไปตลาด นั่นคือ เป็นหลักฐานหนึ่งที่สนับสนุนการติดเชื้อจากคนสู่คน
  • อาการนำมาพบแพทย์ที่พบบ่อย ได้แก่ ไข้ (ร้อยละ 98) ไอ (ร้อยละ 76) ปวดเมื่อยตัว หรืออ่อนเพลีย (ร้อยละ 44)
  • อาการที่พบน้อย ได้แก่ มีเสมหะ (ร้อยละ 28) ปวดศีรษะ (ร้อยละ 8) ไอเป็นเลือด (ร้อยละ5) และท้องเสีย (ร้อยละ 3)
  • อาการเหนื่อยพบได้ร้อยละ 55 ระยะเวลาตั้งแต่เริ่มป่วยจนถึงเกิดอาการเหนื่อยประมาณ 8 วัน (ช่วงระหว่าง 5 – 13 วัน)
  • ผลเลือดพบภาวะเม็ดเลือดขาวชนิดลิมโฟไซต์ต่ำ (lymphopenia) ร้อยละ 63
  • ผู้ป่วยทุกคน (ร้อยละ 100) เกิดภาวะปอดอักเสบ ยืนยันจากภาพเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ทรวงอก (CT chest)
  • ร้อยละ 29 เกิดกลุ่มอาการหายใจลำบากเฉียบพลัน (acute respiratory distress syndrome, ARDS) มักเกิดขึ้นวันที่ 9 หลังเริ่มมีอาการเจ็บป่วย
  • ร้อยละ 15 ตรวจพบ RNA ของเชื้อในเลือด (RNAaemia) ร้อยละ 12 มีภาวะหัวใจบาดเจ็บ (Troponin สูงหรือ echo หรือ EKG ผิดปกติ) และร้อยละ 10 มีการติดเชื้อแบคทีเรียซ้ำซ้อน
  • ร้อยละ 32 จำเป็นต้องนอนรักษาในหอผู้ป่วยวิกฤต (intensive care unit, ICU) ซึ่งผู้ป่วยกลุ่มนี้มีอาการเหนื่อยและมีความรุนแรงของโรคมากกว่าผู้ป่วยที่รักษาในหอผู้ป่วยทั่วไป (non-ICU) โดยมีหลักฐานจากสารบ่งชี้ระดับสูงขึ้นในเลือด ได้แก่ IL2, IL7, IL10, GSCF, IP10, MCP1, MIP1A, และ TNFα รวมถึงผู้ป่วย ICU มีระดับเม็ดเลือดขาวโดยเฉพาะนิวโทรฟิวสูง, Prothrombin time, D-dimer, ALT, total bilirubin และ LDH สูงมากกว่า แต่ระดับ Albumin ในเลือดต่ำกว่าผู้ป่วย non-ICU
  • อัตราเสียชีวิตร้อยละ 15
  • การรักษาที่ให้แก่ผู้ป่วยในการศึกษานี้ ได้แก่ ยาปฏิชีวนะ (ร้อยละ 100) ยาต้านไวรัส oseltamivir (ร้อยละ 93) เนื่องจากเป็นช่วงระบาดของไข้หวัดใหญ่ร่วมด้วย และยาสเตียรอยด์ (ร้อยละ 22) รวมถึงการให้ออกซิเจน เครื่องช่วยหายใจ (ร้อยละ 10) และมีภาวะออกซิเจนในเลือดต่ำ ที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษา (ร้อยละ 5) ซึ่งจำเป็นต้องได้รับด้วยเครื่องเพิ่มออกซิเจนในเลือด (extracorporeal membrane oxygenation, ECMO) นอกจากนี้ มีการศึกษาเรื่องเชื้อ 2019-nCoV ในผู้ป่วยปอดอักเสบจำนวน 3 คนที่ได้รับการรักษาในโรงพยาบาลในเมืองอู่ฮั่น ตีพิมพ์ในวารสารทางการแพทย์ New England Journal of Medicine เมื่อวันที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2563 โดยสรุปดังนี้
  • ผู้ป่วยทั้ง 3 คนเป็นปอดอักเสบรุนแรง มี 1 คนเสียชีวิต (รูปที่ 1) และทุกคนได้รับส่องกล้องหลอดลม ใส่น้ำล้างปอด (bronchoalveolar lavage) เพื่อตรวจเชื้อ

รูปที่ 1 ภาพรังสีทรวงอกของผู้ป่วยปอดอักเสบรุนแรงจากเชื้อ 2019-nCoV (Zhu N, et al. N Engl J Med. 2020 Jan 24. doi: 10.1056/NEJMoa2001017.)

 

  • 2 ใน 3 มีประวัติไปตลาดอาหารทะเล
  • การตรวจ RNA ของเชื้อในน้ำล้างปอดด้วยวิธีพิเศษ RT-PCR พบว่า เชื้อเป็น RNA ในสายบีของตระกูล betacoronavirus ซึ่งเหมือน bat SARS-like CoV (bat-SL-CoVZC45, MG772933.1) ร้อยละ 85 นั่นคือ อาจเป็นเชื้อที่พัฒนาจากไวรัสซาร์
  • กล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนตรวจจากเซลล์เพาะเชื้อ พบเชื้อขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 60 – 140 นาโนเมตร มีปุ่มแหลมขนาด 9 – 12 นาโนเมตร ประกอบเป็นตัวไวรัสลักษณะคล้ายพระอาทิตย์ทรงกลด (solar corona) (รูปที่ 2)

รูปที่ 2 เชื้อไวรัสโคโรนา 2019-nCoV จากการเพาะในเซลล์และตรวจดูด้วยกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอน (Zhu N, et al. N Engl J Med. 2020 Jan 24. doi: 10.1056/NEJMoa2001017.)

 

  • ปอดอักเสบจากการติดเชื้อไวรัสโคโรนา เรียกว่า “novel coronavirus-infected pneumonia (NCIP)”

สถานการณ์ ณ วันที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2563 เวลา 08.00 น.

  • พบการยืนยันติดเชื้อในประเทศจีน (แผ่นดินใหญ่) 4,515 คน เสียชีวิต 107 คน (อัตราการเสียชีวิตร้อยละ 2.4)
  • พบการยืนยันติดเชื้อนอกประเทศจีนรวม 60 คน จาก 17 ประเทศ รวมถึงในประเทศไทยมี 14 คน (ตั้งแต่ 13 ม.ค. 2563) ผู้ป่วยทุกคนในไทยเดินทางมาจากประเทศจีน

 

หลักการรักษาและป้องกัน

ปัจจุบันยังไม่มียาฆ่าเชื้อชนิดนี้ การดูแลรักษาเป็นการประคับประคองรักษาตามอาการหรือภาวะแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นเท่านั้น


การป้องกันเป็นวิธีการที่ดีที่สุด
เพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ

1. มาตรการของรัฐ ได้แก่

  • กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ตรวจคัดกรองผู้เดินทางมาจากประเทศจีน ที่สนามบินนานาชาติในประเทศไทย รวมถึงประกาศมาตรการแผนการรับสถานการณ์ และมีสายด่วนกรมควบคุมโรค hotline โทร. 1422 แจ้งเมื่อพบผู้ที่สงสัยเป็นโรค คือ มีอาการติดเชื้อทางเดินหายใจ
    ได้แก่ ไข้ ไอ มีน้ำมูก หายใจเหนื่อยหอบ ร่วมกับเดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยง
    โดยเฉพาะประเทศจีน
  • การเตรียมความพร้อมสถานพยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ เช่น ห้องแยกโรคความดันเป็นลบ (negative pressure room) (รูปที่ 3) เพื่อแยกผู้ป่วยที่สงสัยเป็นโรคที่มีการแพร่กระจายทางอากาศ (airborne isolation)

รูปที่ 3 ห้องแยกโรคความดันเป็นลบ ณ หอผู้ป่วยวิกฤตอายุรกรรม รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ

 

2. มาตรการส่วนบุคคล ได้แก่

  • หลีกเลี่ยงการเดินทางไปพื้นที่เสี่ยงโดยเฉพาะประเทศจีน
  • หลีกเลี่ยงการไปตลาดค้าสัตว์มีชีวิต การสัมผัสหรืออยู่ใกล้ชิดกับสัตว์ โดยเฉพาะสัตว์ที่ป่วยหรือตาย
  • หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารหรือเนื้อสัตว์ที่ไม่สุก
  • ล้างมือให้สะอาดด้วยน้ำและสบู่หรือแอลกอฮอล์เจลล้างมือเป็นประจำ
  • ไม่นำมือมาสัมผัสตา จมูก ปาก
  • ไม่ใช้ของส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น เช่น ผ้าเช็ดหน้า ผ้าเช็ดตัว ช้อน แก้วน้ำ
  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์บำรุงร่างกาย รักษาร่างกายให้อบอุ่น และนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ
  • ใส่หน้ากากเมื่อมีอาการติดเชื้อทางเดินหายใจ หรือพบผู้ป่วยที่มีอาการดังกล่าว
  • รีบมาตรวจหรือปรึกษากับแพทย์ เมื่อมีอาการป่วยและมีปัจจัยเสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัสโคโรนา

 

 

เอกสารอ้างอิง

  1. https://en.wikipedia.org/wiki/Novel_coronavirus_(2019-nCoV).
  2. https://www.thelancet.com/action/showPdf?pii=S0140-6736%2820%2930183-5.
  3. https://www.nejm.org/doi/full/10.1056/NEJMoa2001017?fbclid=IwAR2xgUH7hMwPSF3oIGwVqAreZWlMIlGMM8kG54AZvTjaBtbF36cl86kTFi0.
  4. https://www.nejm.org/doi/full/10.1056/NEJMe2001126?query=featured_home.
  5. https://promedmail.org/.
  6. https://news.thaipbs.or.th/content/288146.
  7. https://www.who.int/docs/default-source/coronaviruse/situation-reports/20200121-sitrep-1-2019-ncov.pdf.
  8. https://www.cdc.gov/media/releases/2020/p0121-novel-coronavirus-travel-case.html.
  9. https://edition.cnn.com/asia/live-news/coronavirus-outbreak-01-28-20-intl-hnk/index.html.
  10. https://thethaiger.com/hot-news/coronavirus/coronavirus-update-2116-infected-56-dead-8-cases-in-thailand.
  11. https://pr.moph.go.th/?url=pr/detail/2/04/137810/.