08Mar

ปลอกหุ้มเอ็นนิ้วหัวแม่มืออักเสบ (โรคเดอ เกอร์แวง, De Quervain’s Disease)

นพ. พนมกร ดิษฐสุวรรณ์
ศัลยแพทย์ออร์โธปิดิกส์ฃ

 

ปลอกหุ้มเอ็นนิ้วหัวแม่มืออักเสบ (โรคเดอ เกอร์แวง, De Quervain’s Disease) ยังไม่ทราบสาเหตุที่ชัดเจน ผู้หญิงพบบ่อยกว่าผู้ชายประมาณ 3 – 5 เท่า มักพบในผู้หญิงช่วงอายุ 30 – 50 ปี มักพบในคนที่ต้องใช้นิ้วหัวแม่มือบ่อย ๆ ในท่ากางนิ้วหัวแม่มือออกทางด้านข้างและกระดกขึ้นลง เช่น กวาดบ้าน ในช่วงใกล้คลอด หรือหลังคลอดบุตร โรครูมาตอยด์ โรคเกาต์ หรือ เบาหวาน การใช้สมาร์ทโฟน หรือ เล่นเกมส์

 

มีอาการปวดและบวมบริเวณข้อมือ ด้านนิ้วหัวแม่มือ จะปวดมากขึ้นเมื่อมีการเคลื่อนไหวนิ้วหัวแม่มือ ข้อมือ เช่น เวลาเหยียดและงอนิ้วหัวแม่มือเต็มที่ บิดเสื้อผ้า ยกขันน้ำ กวาดพื้น อุ้มลูก เป็นต้น

 

อาจคลำได้ก้อนถุงน้ำบริเวณข้อมือ (บางครั้งก้อนถุงน้ำจะแข็ง คล้ายกระดูกทำให้เข้าใจผิดว่าเป็นกระดูกงอก) สามารถวินิจฉัยโรคนี้ได้จากการซักประวัติ และการตรวจร่างกายโดยไม่ต้องส่งตรวจทางห้องปฎิบัติการ หรือ เอกซเรย์ นอกจากส่งตรวจในกรณีสงสัยโรคอื่นที่อาจพบร่วมด้วย

 

แนวทางรักษา

1. วิธีไม่ผ่าตัด

ผลการรักษาค่อนข้างดี ในผู้ป่วยที่เริ่มเป็น มีโอกาสหายประมาณ 70 – 80% ซึ่งมีแนวทางรักษาคือ

  • หลีกเลี่ยงการทำงานที่ต้องเคลื่อนไหวนิ้วหัวแม่มือ ในท่ากางนิ้วออก หรือ กระดกนิ้วขึ้น
  • ถ้าปวดมากอาจใช้ผ้ายืดพัน ใส่อุปกรณ์พยุงนิ้วหัวแม่มือ (wrist-thumb support) หรือใส่เฝือกชั่วคราว
  • ประคบด้วยความร้อน ความเย็น หรือใช้ยานวด เพื่อบรรเทาอาการปวด
  • บริหารข้อมือ หรือ ทำกายภาพบำบัด
  • รับประทานยาบรรเทาอาการปวดลดการอักเสบ (NSAIDs) ยาคลายกล้ามเนื้อ
  • ฉีดยาสเตียรอยด์เฉพาะที่ บริเวณจุดที่กดเจ็บมากที่สุด เพื่อลดการอักเสบของเส้นเอ็นมักจะดีขึ้นชั่วคราว (ประมาณ 3 – 6 เดือน) อาจกลับมาเป็นซ้ำได้ ถ้าฉีดยาครั้งแรกแล้วไม่ดีขึ้น อาจฉีดซ้ำได้อีก 1 – 2 ครั้ง ถ้ายังไม่ดีขึ้นก็ควรรักษาด้วยการผ่าตัด เพราะการฉีดยาซ้ำบ่อย ๆ โอกาสที่จะดีขึ้นน้อยแต่มีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนมากขึ้น เช่น เส้นเอ็นขาด หรือ ผิวหนังมีรอยด่างขาว เป็นต้น

2. วิธีผ่าตัด

ผลของการรักษาด้วยวิธีผ่าตัด ได้ผลค่อนข้างดี แต่ถ้ายังไม่จำเป็นก็ไม่ควรจะผ่าตัด

  • ข้อบ่งชี้สำหรับการผ่าตัด เช่น มีอาการปวดมาก ฉีดยาสเตียรอยด์ 2 ครั้งใน 1 เดือน แต่อาการไม่ดีขึ้น เป็นต้น
  • วิธีผ่าตัด ฉีดยาชาเฉพาะที่ ใช้มีดกรีดแผ่นเอ็นขวางให้แยกจากกัน หลังจากนั้นก็จะเย็บผิวหนัง ใช้ผ้ายืดพันให้แน่นเพื่อห้ามเลือด ใช้เวลาผ่าตัดประมาณ 10 – 15 นาที หลังผ่าตัดกลับบ้านได้ ไม่จำเป็นต้องพักในโรงพยาบาล
  • หลังผ่าตัดทำแผลวันละครั้ง ตัดไหมหลังผ่าตัด 7 – 10 วัน ควรนัดมาตรวจทุก 1 – 2 สัปดาห์ในระยะแรก เพื่อประเมินเรื่องการติดเชื้อแผลผ่าตัด และ แนะนำวิธีบริหารกายภาพบำบัด
  • ภาวะแทรกซ้อน ที่พบได้ เช่น
    – มีอาการเจ็บบริเวณผ่าตัด หรือ กลับมาเป็นซ้ำ เนื่องจากมีพังผืดเกิดขึ้นมาใหม่หลังผ่าตัด
    – เกิดแผลเป็นแบบนูน (คีลอยด์)
    – เกิดอันตรายต่อเส้นประสาทที่มาเลี้ยงผิวหนัง ทำให้มีอาการชา หรือ ปวดแสบปวดร้อน
    – เส้นเอ็นบริเวณโคนนิ้วหัวแม่มือ (ข้อมือ) นูนขึ้นเวลากระดกนิ้วหัวแม่มือ ทำให้เกิดปัญหาเรื่องความสวยงาม
    – อาการอ่อนแรงของนิ้วหัวแม่มือ ทำให้กระดกนิ้วหัวแม่มือขึ้นไม่สุด

วิธีบริหาร นิ้วมือ และ ข้อมือ

– เริ่มบริหาร หลังจากทุเลาปวด ถ้าบริหารแล้วปวดมากขึ้น ให้ลดจำนวนครั้งลง หรือ หยุดบริหารท่านั้นไว้ก่อน

– ทำอย่างสม่ำเสมอทุกวัน อย่างน้อยวันละ 2 – 3 รอบ แต่ไม่ควรเร่งรีบหรือทำอย่างรุนแรง

  1. งอนิ้ว จนกระทั่ง กำมือแน่น ค้างไว้ 5 วินาที ทำ 10 ครั้ง
  2. บริหารข้อมือ ทำท่าละ 10 ครั้ง
  3. ดัดข้อมือ ค้างไว้ 5 วินาที ทำ 10 ครั้ง
  4. บีบวัตถุ เช่น ลูกบอลเล็ก ๆ ลูกเทนนิส ดินน้ำมัน เป็นต้น บีบให้แน่นมากสุด ค้างไว้ 5 วินาที ทำ 10 ครั้ง
  5. ถ่วงน้ำหนัก 0.5 – 1 กิโลกรัม ค้างไว้ 5 วินาที ทำท่าละ 10 ครั้ง